โลกแห่งความเป็นจริง
วันนี้ผมเห็นโฆษณา "รับจ้างพิมพ์งานตามบ้าน" เพียงแค่เตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร และ รหัสโค๊ด ??? เมื่อมีคำว่ารหัสโค๊ดจึงเริ่มเกิดความสงสัยว่า นี้เป็นงานจริงหรือหลอกลวงกันแน่ จึงทำการเปิดค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงพบว่า เป็นการหลอกลวงชวนไปทำงานลักษณะอื่นเสียมากกว่า
(แต่งานรับพิมพ์เอกสารก็มีจริงๆนะครับ แต่จะเป็นรูปแบบรับงานโดยตรง ไม่ใช่รับสมัครคนรับพิมพ์งานอีกที) และจากการหาข้อมูลทำให้ผมยิ่งค้นพบว่า การโพสค้นหาการรับสมัครงานรูปแบบนี้มีมาก และก็มีคนที่ต้องการทำงานหารายได้พิเศษจริงๆก็ถูกหลอกไปหลายราย
นี้แหละครับ "โลกแห่งความเป็นจริง"
การโฆษณาชวนเชื่อที่มีอย่างมากมายในโลกอินเตอร์เน็ต การเลือกสื่อสารข้อมูลเพียงด้านเดียว เพื่อให้คนรู้สึกสนใจ แน่นอนครับมันก็เป็นสิทธิของพวกเขาที่จะทำการโฆษณาชวนเชื่อให้คนมาสนใจ โดยทีกระตุ้นด้วยข้อความ "ฟรี รายได้ดี งานง่าย" เป็นต้น ทำให้หลายคนก็หลงเชื่อและกว่าจะรู้ตัวก็เสียเวลาไปเสียแล้ว
ลองคิดดูนะครับ ถ้าวันนี้เราเป็นนักศึกษาจบใหม่ หรือกำลังศึกษาอยู่แต่ต้องการหารายได้เสริม แล้วมาเจอโฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้ โดยมีข้อความน่าสนใจเป็นแรงดึงดูด เราก็อาจจะไปสัมภาษณ์หรือติดต่อสอบถามไปอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังไว้ ไม่ได้เป็งานที่เราอยากทำจริงๆ หรือ เป็นเพียงแค่การหลอกลวงให้เราเสียเวลา หรือกลับกลายเป็นลูกค้าของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำไป
ผมจึงอยากฝากข้อคิดให้กับเราคนที่กำลังอยู่ในวัยที่มีแรง มีความคิด มีพลัง และอยากทำสิ่งต่างๆเพิ่มเติม ไว้ด้วย "3 ค." ครับ
1. ค้นหา
เราเองควรใช้อินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมัครงานที่เราสนใจ หรือบริษัทที่เรากำลังจะไปสัมภาษณ์งานเสียก่อน เพื่อค้นหาข้อมูลความน่าเชื่อถือของการไปสมัครงานในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าในโลกอินเตอร์เน็ตนั้นมีทั้งผู้รู้จริง และผู้(เหมือน)รู้ อยู่เยอะ แต่การได้รับข้อมูลในหลายๆด้านก็จะช่วยให้เราเข้าใจและเห็นภาพลักษณะงานที่เรากำลังจะไปสมัครได้ดีขึ้น
เราอาจสอบถามข้อมูลจากคนที่อยู่รอบตัวเรา หรือสอบถามคนที่อยู่ในวงการนั้นๆว่าจริงๆงานเหล่านี้เป็นอย่างไร ส่วนการเข้าไปสอบถามบอร์ดชุมชนออนไลน์ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เราค้นหาข้อมูลได้มากขึ้น
2. คิดวิเคราะห์
เมื่อเราได้ข้อมูลข่าวสารมา (ซึ่งจะมีเยอะมากๆ) เราก็ต้องทำการคิดวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น ว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง โดยควรแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้อมูลเนื้อหา และ ทัศนคติ
- ข้อมูลเนื้อหา : คือความเป็นจริงของลักษณะงานหรือบริษัทนั้นๆ เช่น สถานที่ตั้งบริษัท ที่อยู่ รูปแบบของการทำงาน
- ทัศนคติ : ในส่วนนี้ก็จะความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนที่จะมีมุมมองไม่เหมือนกัน เราก็ควรจะต้องแยกออกมา
เพราะถ้าเราไม่แยกว่าอะไรคือข้อมูลอะไรคือทัศนคติของคนแล้ว ก็คงเป็นการอย่างที่เราจะคิดวิเคราะห์ถึงงานนั้นๆได้อย่างแท้จริงครับ
3. คำนวณ
เมื่อเราได้ค้นหาข้อมูล คิดวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนั้น สิ่งสุดท้ายที่เราควรทำคือ "คำนวณความเหมาะสม" ว่างานลักษณะนี้เหมาะแก่เราจริงๆที่ไม่ หรือมันน่าเชื่อจริงๆหรือไม่ งานบางงานอาจจะไม่ใช่การหลอกลวง แต่เพียงอาจจะไม่เหมาะกับคนบางคน งานบางงานอาจจะดูเหมาะแต่ถ้าคิดคำควณแล้วอาจจะไม่เหมาะสมอีกก็ได้เช่นกัน หรือบางงานอาจจะดูไม่เหมาะ ไม่น่าสนใจ แต่เมื่อคำนวณจากตัวเราแล้ว อาจจะเป็นงานที่เหมาะสมในตอนนี้ก็เป็นได้
เช่น บริษัทมีชื่อเสียง ลักษณะงานเราก็ชอบและทำได้ดี แต่ต้องใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง ในการไปทำงานตอนเช้า และ 2-3 ชั่วโมงในการเดินทางกลับ แบบนี้อาจจะเรียก "ไม่เหมาะกับเรา" ก็เป็นได้นะครับ หรือ งานเสริม ที่อาจจะทำให้เราได้เงินเพิ่มเดือนละ 4000 - 7000 บาท แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยการได้ใช้เวลากับครอบครัวน้อยลง (โดยการทำงานปกติก็แทบดึงเวลาของครอบครัวไปหมดแล้ว) งานแบบนี้ก็อาจ "ไม่เหมาะ (สำหรับคนที่ครอบครัว ลูกเล็ก)" ก็เป็นได้ หรือ อาจจะ "เหมาะ (สำหรับคนโสด)" ก็เป็นได้
ดังนั้นการคิดคำนวณความเหมาะสมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราไม่ควรจะลืมนะครับ
ฝากไว้ครับ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการเริ่มต้นทำอะไรสิ่งใหม่หรือเพิ่มเติมจากเดิม ให้นำ "3 ค." ไปประกอบการตัดสินใจด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆก็จะได้งานที่เหมาะสมกับเพื่อนๆทุกคนครับ