วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เพราะรายรับเราไม่เท่ากัน

เพราะรายรับ เราไม่เท่ากัน

     ปัจจุบัน "เงิน" เป็นเรื่องที่คนในยุคปัจจุบันทำการพูดถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนทำงาน ตอนไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ตอนกินข้าวกับครอบครัว หรือแม้แต่ตอนที่นั่งอยู่ในห้องคนเดียว แม้จะมีคำพูดว่า "เงินไม่สามารถซื้อความสุขได้" แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า "เงิน คือ ปัจจัยที่เป็นต้นทุนที่ดีที่จะทำให้เรามีความสุข" ดังนั้น "การหาเงิน" จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนคิดยามตื่นนอนหรือก่อนหลับบนเตียง

     ในโพสนี้ผมไม่ได้เน้นเรื่อง "รายรับ" (เพราะรายรับ เราไม่เท่ากัน) แต่เราจะมาคุยกันถึงเรื่อง "รายจ่าย" เพราะนี้คือปัจจัยที่สร้างความแตกต่างให้กับคนในปัจจุบันอย่างชัดเจน

     สิ่งที่เราควรทำคือ การแบ่ง "รายจ่าย" ให้ออกเป็นประเภทต่างๆอย่างเหมาะสม โดยผมมี "3 จำ" มาเป็นตัวแบ่งครับ

1. จำเป็น

     แน่นอนว่า เราทุกคนอยู่ในสถานะที่ต่างกัน มีภาระหน้าที่ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่างกัน ดังนั้น ความจำเป็นของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน คนที่มีครอบครัว แต่งงานแล้ว เรื่องที่จำเป็นก็คงหนีไม่พ้นของค่าใช้จ่ายในบ้าน ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัว ยิ่งถ้ามีลูกแล้ว สิ่งที่สำคัญอันดับแรกก็หนีไม่พ้นลูกน้อยของเรา บางคนมีภาระที่ต้องเป็นญาติสนิทมิตรสหายกับคำว่า "หนี้" (ไม่ว่าจะเป็นมรดกที่สืบต่อมา หรือ เราสร้างมันขึ้นมาเอง) 
      ดังนั้น จดสิ่งที่ "จำเป็น" ต้องจ่ายก่อนมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะใครที่ไปกู้ยืมธนาคารมา เราควรเลือกที่จะจ่ายให้ตรงเวลา หรือ ค่าเทอมของลูก ค่าสมัครเรียนภาษาอังกฤษ (เพื่อพัฒนาให้ตัวเองเก่งขึ้นและมีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง) การลงทุนในหุ้นหรือกองทุน การฝากบัญชีประจำ หากสิ่งเหล่านี้มันเรียกว่า "จำเป็น" ในชีวิตของคุณ ก็อย่าลังเลใจก็จะใช้จ่ายมัน

2. จำยอม

     มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์กันเองอยู่เสมอ หรือ เรียกง่ายๆคือ "สังคม" หลายครั้งการเข้าสังคมเป็นสิ่งที่เราอย่าหลีกเลี่ยง แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า บางครั้งเราเองก็หลีกเลี่ยงมันไม่ได้ 
     บางครั้งเราเองก็ต้อง "จำยอม" จ่ายในเรื่องที่เราคิดว่าไม่อยากจ่าย แต่ด้วยบริบทของสังคมที่เราอยู่ มรรยาทพื้นฐานของสังคม เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะ "จำยอม" และจ่ายมันออกไป เช่น การซื้อของเพื่อแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ได้รับตำแหน่งใหม่ การร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนที่กำลังแต่งงาน การใส่ซองช่วยเหลือเด็กที่ขาดทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ 
     เพราะเราให้เราจึงได้รับ แม้ดูเหมือนจะเป็นการ "จำยอม" แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมา เป็นรอยยิ้มของเพื่อนเรางาน จดหมายที่เด็กๆได้รับเงินบริจาคเขียนมาขอบคุณ สิ่งเหล่านี้ยิ่งจะเป็นแรงผลักดันและทำให้เรามีกำลังในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น  

3. จำกัด

     สิ่งที่ผมนำเสนอ "จำเป็น" และ "จำยอม" เป็นสิ่งที่ควบคุมยากจากหลายๆปัจจัย แต่สิ่งที่เรียกว่า "จำกัด" เป็นสิ่งที่เราเลือกควบคุมได้อย่างแน่นอน 
     เช่น การดื่มกาแฟ เราเลือกที่จะจำกัดได้ ผมเองเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟ และต้องดื่มทุกวัน เมื่อลองคิดคำนวนว่า กาแฟแก้วละ 35 บาท (ผมดื่มอเมริกาโน่ร้อน) 1 เดือน = 1050 บาท 1 ปี = 12600 บาท นี้ขนาดผมดื่มกาแฟในราคาแก้วที่ถูกสุดในร้านนะครับ ผมจึงเปลี่ยนเป็นจำกัดค่าใช้จ่ายกาแฟ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการชงดื่มเอง ซื้อดื่มบางเป็นครั้งคราว ผมพบว่าใน 1 ปี ผมปรับหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องกาแฟไปได้ 9000 - 10000 บาทเลยทีเดียว (และนี้เองก็เป็นรายรับของผมขึ้นมาทันที) โดยที่ผมก็ยังมีพลังในการทำงาน และได้ดื่มกาแฟ สัมผัสคาเฟอีนทุกวันเหมือนเดิม 
     ดังนั้นให้เราสำรวจดูว่ารายจ่ายในส่วนไหนของเราที่ต้อง "จำกัด" ลงบ้าง เพื่อเราจะได้มีเงินไปใช้จ่าย ในส่วนของความ "จำเป็น" เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในด้านต่างๆที่จะช่วยเราในอนาคตได้ 

     ผมหวังว่าโพสนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถแยกประเภทและควบคุมรายจ่ายของในชีวิตได้ดีขึ้นครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น