วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เทคนิคการออมในยุค 2016

เทคนิคการออมในยุค 2016


3 เทคนิค ที่จะทำให้เพื่อนๆหมดปัญหากับคำว่า "ออมเงินไม่เคยได้"

     ในยุคที่ดูเหมือนทุกค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญ ทั้งค่าเน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่ากินข้าวสังสรรค์กับเพื่อนๆ การท่องเที่ยวแบบชิคๆ ใช้ชีวิตแบบ Slow life แล้วเราจะออมเงินได้อย่างไร? 
  • วันนี้ผมมี 3 เทคนิคการออมเงิน (แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้ก็ทำได้) มาฝากกันครับ
1. การซ่อนเงิน

     เคยคิดไหมครับว่า ทำไมคนสมัยก่อนต้องนำเงินเก็บใส่ในหีบกล่องแล้วนำไปฝังดิน ทำไมต้องนำทองไปเก็บซ่อนตามผ้าม่าน นอกจากเหตุผลป้องกันการโดนขโมยแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มันเป็นการออมที่ดี เพราะเมื่อเรานำเงินทองไปฝังดินแล้ว เวลาจะใช้เราก็ต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนที่จะขุดขึ้นมา (จนบางครั้งก็ลืมทีเดียวว่าฝังเงินไว้ตรงไหน) 
     ในยุคที่รายจ่ายมีอยู่รอบตัวเรา และที่สำคัญเราสามารถจ่ายออกไปได้อย่างง่ายดายนั้น "การซ่อนเงิน" จึงวิธีที่จะทำให้เราออมเงินได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเราไม่เห็นเงิน เราก็จะไม่คิดถึงมัน เราก็จะคิดเพียงจำนวนเงินที่อยู่ในมือของเราเท่านั้น ดังนั้นเราจะเรียนรู้ในการจำกัดการใช้จ่ายได้ดีขึ้น (เพราะเงินมีน้อย 555)
     ผมเคยครับได้เงินมาก่อนหนึ่ง จึงเก็บไว้ในซอกของกระเป๋าเงิน และเอากระเป๋าเงินนั้นไปใส่ในถุงยาม และเอาถุงยามไปใส่ในกล่องเก็บของ (จริงๆตอนนั้นไม่ตั้งใจซ่อนครับ คือยังคิดไม่ออกว่าว่าไปใส่ซอกนั้นได้อย่างไร) เมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี ผมได้ทำการจัดของอีกครั้ง จึงมาค้นพบเงินจำนวนนี้ รู้ไหมครับ ถ้าผมเก็บเงินก้อนนี้ไว้กับตัว ผมคงใช้มันหมดตั้งแต่ 4 เดือนแรกแล้ว ดังนั้น "การซ่อนเงิน" จึงเป็นหนึ่งวิธีการการออมที่ดีที่สุด

2. การฝากประจำ (แบบตัดบัญชีอัตโนมัติ)

     การออมในรูปแบบนี้ก็ไม่ต้องใช้ความรู้ใดใดเลย เพียงแค่เพื่อนๆเลือกธนาคารที่เพื่อนๆชื่นชอบและดูรายละเอียดเรื่องการฝากประจำนิดหน่อยเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่กำหนดระบบก็จะโอนเงินจากบัญชีหลัก (บัญชีเงินเดือน) เข้าบัญชีฝากประจำของเราทันที
     และเมื่อครบเวลาที่กำหนด 2 ปี 3 ปี แล้วแต่ทางกำหนดของธนาคาร เราก็นำสมุดบัญชีไปถอนเงินออกมาเท่านั้น ในส่วนของดอกเบี้ยอาจจะดูแล้วไม่มากนัก และยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับอัตราเงินเฟ้อประจำปีแล้วก็ยิ่งดูไม่คุ้มค่า แต่เพื่อนๆครับ อย่าลืมว่าหากเงินที่ถูกหักอัตโนมัตินี้อยู่ในมือของเรา เราอาจจะนำไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ฟุ้มเฟือยก็ได้นะครับ   
     ผมเคยฝากประจำ 2 ปี โดยเก็บเดือนละ 2,000 บาท เมื่อครบ 2 ปี ผมก็มีเงินออมถึง 48,000 บาท บวกกับดอกเบี้ยอีกนิดหน่อย ผมคิดว่าหากผมไม่ฝาก เงิน 2,000 บาท เหล่านี้ก็คงหมดไปกับการค่าดูภาพยนตร์ การกินบุฟเฟ่ หรือการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น ก็เป็นได้ 
*ยิ่งดีหากฝากสมุกบัญชีกับคนที่เราไว้ใจ เพราะจะได้ไม่เป็นตัวล่อให้เราไปถอนก่อนกำหนด *

3. การซื้อกองทุนหรือหุ้น แบบ DCA 
     การออมแบบนี้เป็นแบบที่ผมชอบที่สุดครับ เพราะจะทำให้เงินที่เราออมนั้นงอกเงยได้มากที่สุดจากทุกรูปแบบที่กล่าวมา (แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะศูนย์เสียเงินต้น หรือเงินต้นลดลงได้เหมือนกันครับ)
     การออมในรูปแบบนี้อาจจะต้องมีความรู้สักเล็กน้อยในการเลือกหุ้นหรือกองทุนที่มีพื้นฐานที่ดี ในบทความนี้ผมคงไม่อธิบายถึงวิธีการเลือกนะครับ เพียงแค่จะบอกว่าเมื่อเราเลือกหุ้นหรือกองทุนได้แล้ว เราก็ทำการซื้อแบบ DCA (Dollar Cost Average) หรือ ภาษาไทยในคำว่า "ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน" เพราะหากเราเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดีแล้ว ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติอะไร จะติดลบหรือจะบวกขึ้น เราก็จะค่อยๆซื้อสะสมไปเรื้อยๆ และหุ้นหรือกองทุนเหล่านี้ ก็จะจ่ายปันผลตามสัดส่วนกำไรที่ได้ในแต่ละปีมาให้กับเรานั้นเอง *หากเพื่อนๆจะออมในรูปแบบนี้ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ *

     เทคนิคนี้ เพื่อนๆอาจรู้สึกว่า อะไรแค่นี้เองหรือ แต่เพื่อนๆครับ เรื่องนี้ดูเหมือนจะง่ายแต่พอถึงเวลาที่ต้องออมจริงๆแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยนะครับ และที่สำคัญก่อนที่เราจะไปลงทุนอะไรที่ใหญ่ๆ การฝึกวินัยในการออมขั้นต้นก็จะเป็นพื้นฐานให้กับเราครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น