เมื่อเงินฝากเหลือ 0%
ผมไม่ใช้คนแรกที่เขียนบนความเกี่ยวกับเงินฝาก เพราะตั้งแต่วันศุกร์ช่วงบ่ายที่มีข่าวออกมาว่า TMB จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ 0% (ตอนนี้ปรับกลับมาที่ 0.125% ---> แทบจะไม่มีความต่างกัน) ก็ได้มีนักลงทุนหลายท่านก็ได้เขียนบทความเกี่ยวกับภาวะที่ประเทศไทยจะต้องเจอกับอัตราดอกเบี้ย 0% และเสนอแนวทางการเตรียมตัวรับมือไว้พอสมควร
ส่วนผมจะขอเขียนบทความเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 0% ในมุมมองของพนักงานธรรมดาคนหนึ่ง
ผมเขียนบทความนี้ในวันที่ 06 มิถุนายน 2016 ในวันที่ตลาดหุ้นปิดที่ 1443.42
ที่ผมต้องเน้นเรื่องตลาดหุ้นก็เพราะ ตลาดหุ้นจะเป็นตลาดที่มีความผันผวนได้เสมอ
(เพราะการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศยังไม่นิ่ง) แต่ถึงอย่างนั้นการลงทุนในตลาดหุ้น ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารอย่างยิ่ง
เพราะหากคุณเลือกหุ้น (หรือกองทุนหุ้น) ที่มีการจ่ายปันผลที่ดี เงินของคุณก็จะงอกเงยมากกว่าในธนาคารอย่างแน่นอน
จากประสบการณ์ของผม ผมเข้าซื้อกองทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ที่ 1400 จุด (ช่วงเดือน 9 ปี 2013) ผมเลือกลงทุนในกองทุนโดยใช้วิธี DCA (Dollar Cost Average) หรือ การซื้อแบบเฉลี่ย โดยผมจะซื้อกองทุนเท่าๆกันในทุกๆเดือน ไม่ว่าช่วงนั้นตลาดจะขึ้นสุงถึง 1600 จุด หรือ ลงไป 1200 จุด (ช่วงตลาดหุ้นตกก็จะเข้าซื้อมากกว่าปกติ) ทำให้ค่าเฉลี่ย NAV กองทุนของผมจะไม่สุงมากนัก แต่อย่างไรก็ตามผมก็ไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงของค่า NAV สักเท่าไหร่ เพราะผมไม่ได้ต้องการค่าส่วนต่างจาก NAV แต่ผมเน้นไปที่ การจ่ายปันผล ที่ได้รับในแต่ละรอบมากกว่า
และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมค้นพบความจริงที่ว่า "การลงทุนในกองทุน นั้นมีการจ่ายปันผลที่ดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารอย่างมาก" (เฉลี่ยได้ปี 4.9%)
- แม้การซื้อกองทุนจะต้องเสียค่าดำเนินการ ค่าจัดการดูแลให้กับผู้บริหารกองทุน แต่เมื่อหักลบกันก็ยังดีกว่าดอกเบี้ยของการฝากประจำหรือออมทรัพย์เป็นไหนๆ
บทความนี้ไม่ได้สอนหรือแนะนำการเลือกหุ้น กองทุน แต่เป็นการเตือนสติให้คุณ ต้องเรียนรู้ที่จะฝากเงินของคุณในที่ที่ควรจะอยู่ เพื่อให้เงินเหล่านั้นสามารถอยู่ได้โดยเอาชนะภาวะเงินเฟ้อได้
บทความต่อไปจะแนะนำการเลือกหุ้นและกองทุน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น