Mind-Set
ก่อนที่ผมจะแนะนำวิธีการคัดเลือกหุ้นหรือกองทุน ผมขอนำคุณมาสร้าง Mind-set ในการลงทุนก่อน
คุณต้องสร้าง Mind-set ให้ชัดเจนก่อน จะเลือก
"เก็งกำไรส่วนต่างของราคา หรือ รับเงินปันผล"
เพราะเมื่อตลาดถึงจุดวิกฤต คุณก็จะสามารถรับมือกับมันได้อย่างถูกต้อง
สำหรับผม การจะเลือกแนวทางไหนนั้น ไม่มีผิดหรือถูกครับ มีเพียงแค่แนวทางนั้นถูกจริตกับความเป็นตัวเราหรือไม่เท่านั้นเอง
จากนี้ขอเรียก "การเก็งกำไรส่วนต่างของราคา" ว่า Technical หรือ Trend Follower
และ "รับเงินปันผล" ว่า Fundamental หรือ VI
สิ่งที่ผมอยากให้พิจารณาประกอบการสร้าง Mind-set ของตัวเอง คือ
1. เวลาสิ่งที่ผมอยากให้พิจารณาประกอบการสร้าง Mind-set ของตัวเอง คือ
- สาย Technical หรือ Trend Follower "เวลา" เป็นทั้งมิตรและศัตรู เพราะเพียงเวลาไม่กี่นาทีก็สามารถเปลี่ยนแปลงพอร์ตของคุณได้ คุณจำเป็นต้องมีเวลาในการเฝ้าติดตามกราฟอยู่ตลอดเวลา
- สาย Fundamental หรือ VI สายนี้ "เวลา" เป็นการพิสูจน์ความมั่นคงในจิตใจและความเชื่อมั่นตนเอง เพราะคุณจะต้องผ่านช่วยเวลาที่พอร์ตหุ้นของคุณมีแต่สีแดง อาจจะขาดทุนถึงลบ 40%-50% เนื่องจากการลงทุนแบบ VI เน้นการรับปันผล ดังนั้นเมื่อคุณถือหุ้นยิ่งนานจะยิ่งเห็นผล (เหมือนการปลูกต้นไม้ ที่จะต้องใช้เวลาในการเติบโตและเจออุปสรรคมากมาย)
ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเลือกแนวทางไหน การใช้เวลาอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ และ การใช้เวลาบริหารจัดการพอร์ตก็เป็นเรื่องสำคัญ
- สาย Technical หรือ Trend Follower เงินของคุณจะป็นสภาพคล้องที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ได้เงินเร็ว (และก็สามารถเสียเร็วด้วยเช่นกัน) และด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้หลายคนชอบ Technical เพราะเงินของคุณจะงอกเงยอย่างรวดเร็ว ได้กำไรอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงตลาดขาขึ้น ซื้อแพงก็สามารถขายแพงกว่าได้ แต่หากเป็นช่วงตลาดขาลง ถ้าคุณดูกราฟเทคนิคได้เก่ง วิเคราะห์ได้ถูกต้อง คุณก็ยังคงสามารถหากำไรในช่วงเวลานี้ได้เช่นกัน
- สาย Fundamental หรือ VI เงินของคุณจะต้องเรียกว่าเป็น "เงินเย็น โ-ค-ต-ร" เพราะคุณไม่ได้เน้นส่วนต่างของราคาหุ้น แต่คุณต้องการรับเงินปันผล ดังนั้นกว่าเงินปันผลจะงอกเงยอย่างเกิดผล มันต้องใช้เวลา (มีคนบอกว่าต้องดู 7 ปีขึ้นไป) ดังนั้นเงินลงทุนของคุณในส่วนนี้ควรจะต้องเป็นเงินที่สามารถทิ้งลืมได้ เพราะถ้าคุณนำเงินที่ต้องใช้ในเวลาอันใกล้มาใช้ลงทุนในแบบนี้นั้น คุณจะไม่ได้รับอะไรกลับไปเลย (หนำซ้ำอาจจะขาดทุนอีกด้วย)
และในจุดนี้หลายคนจะ
เรียกสาย Technical ว่า "คนเล่นทุน" เพราะยังต้องทำงานเพื่อใช้ได้เงิน Active Income เพราะคุณยังต้องอาศัยเวลาในการตัดสินใจในแต่ละวัน
ส่วนสาย Fundamental เรียกว่า "คนลงทุนในหุ้น" เป็น Passive Income เพราะใช้เงินทำเงิน โดยอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อของตน
3. ความอดทน ความใจกล้า และความเชื่อมั่น
- สาย Technical หรือ Trend Follower คุณจะต้องอาศัยความใจกล้า ความบ้าบิ่น ในการตัดสินใจ กล้าได้กล้าเสีย และสามารถยอมรับกับการขาดทุนจากการ Cut Loss ได้ และในช่วงตลาดขาขึ้นก็ยังต้องมีความอดทนอดกลั้นในการขาย (เพราะคุณอาจจะขายในราคาที่ได้กำไรเพียงนิดหน่อยเท่านั้น) อ่านกราฟให้ดี อดทน และขายในราคาที่ทำให้คุณได้กำไรสูงสุด
- สาย Fundamental หรือ VI ความเชื่อมั่นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะเมื่อคุณเชื่อมั่นในบริษัทที่คุณลงทุนแล้วนั้น คุณจะต้องเชื่ออย่างสุดใจว่ามันจะให้ผลกำไรตอบแทนอย่างมั่นคง บริษัทจะไม่เจ๊ง แม้จะต้องเจอวิกฤตการณ์ต่างๆ คุณต้องอดทนรอให้ต้นกล้าของคุณในวันนี้ เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ในวันหน้า และที่สำคัญจะต้องอดทนจาก สีแดง ในพอร์ตให้ได้ด้วย
มาถึงตอนนี้ก่อนที่คุณจะเข้าไปลงทุนในหุ้น คุณจะต้องกำหนด Mind-set ของคุณให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะในการลงทุนไม่มี "สายผสม" เวลาหุ้นขึ้นอยากซื้อขายเร็วก็บอกตัวเองว่าเป็น Technical ส่วนเวลาติดดอยก็ปลอบใจตัวเองว่าเป็น VI รอรับเงินปันผล
แต่หากคุณต้องการลงทุนแบบผสมผสานจริง ผมแนะนำในเล่นเป็น 2 พอร์ตครับ โดยเลือกใช้คนละโบกเกอร์ยิ่งดีครับ และกำหนด Mind-set ให้ชัดเจนเลยว่า พอร์ตไหนจะเลือกลงทุนในแนวไหน
(ผมแบ่งเป็น VI 80% Technical 20% ของเงินลงทุนที่มีครับ)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น